6 กลยุทธิ์เด็ดเรียกลูกค้าเข้าร้านของคุณ


“Foot Traffic” หรือ จำนวนลูกค้าที่เดินเข้าร้าน เป็นสิ่งชี้วัดถึงความสำเร็จของธุรกิจที่มีหน้าร้าน Foot Traffic ที่เยอะหมายถึงโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าจนเปลี่ยนมาเป็นยอดขายที่มากขึ้น ในวันนี้คุณสามารถทำอะไรได้หลายอย่างเพื่อดึงลูกเค้าที่เดินผ่านให้เข้าร้านคุณ ในบทความนี้ผมจะแชร์วิธีที่หลายร้านได้ลองและทดสอบมาแล้วว่าเพิ่มจำนวนคนที่ผ่านประตูร้านคุณได้

 

1. ทำหน้าร้านให้ดึงดูดขึ้น

หน้าตาร้านของของคุณเป็นตัวตัดสินว่าจะคนเข้าร้านได้หรือไม่ ร้านค้าที่หัวไวจะใช้เรื่องนี้ให้เป็นประโยชน์ เขาจะลงทุนลงแรงกับการทำหน้าร้านให้ดึงดูดขึ้น ข้อแนะนำต่อไปนี้คุณสามารถทำได้เลยเพื่อทำให้หน้าร้านของคุณเชิญชวนลูกค้าให้หยุดสนใจ

 

จัดระเบียบ และไม่ละทิ้งการซ่อมแซม

หน้าร้านที่เรียบร้อยมีผลต่อความดึงดูด ไม่มีใครอยากเดินเข้าร้านที่กระจกสกปรก สีหลุดร่อน ฉะนั้นไม่ควรละทิ้งงานบำรุงรักษาสิ่งเหล่านี้

งานบางอย่างเช่น การกวาดหน้าร้าน ทำความสะอาดกระจก ควรทำรายวัน งานซ่อมอื่น ๆ อาจทำทุก ๆ สองสามเดือนหรือรายปี ตัวอย่างเช่น งานทาสีให้เรียบร้อยอาจอยู่ได้เป็นปี แต่คุณต้องเติมสีบางส่วนเป็นระยะ

ผมแนะนำว่าให้คุณเดินออกมาหน้าร้านเลยตอนนี้ จินตนาการว่าคุณเป็นลูกค้ากำลังวิเคราะห์ร้านว่าน่าเข้ารึเปล่า ส่องดูกระจก ประตู กำแพง ให้ทั่ว มองหาสิ่งที่ต้องจัดระเบียบหรือซ่อมแซม คุณควรแจกหน้าที่ดูแลให้พนักงานร้านคุณเป็นครั้งคราว หรือคุณอาจจ้างช่างที่เชียวชาญมาดูแลปรับปรุงร้านคุณก็ได้

 

ตั้งสิ่ง “พิเศษ” ที่หน้าร้าน

ทำให้หน้าร้านคุณเหนือกว่าหน้าร้านทั่วไปด้วยการเพิ่มลูกเล่นที่หน้าร้านคุณ ตัวอย่างเช่น คุณอาจวางป้ายหน้าร้านเชิญลูกค้าเข้าร้านด้วยคำเก๋ ๆ ให้ลูกค้าต้องชะงักหันมาอ่าน

ร้านอาหารญีปุ่นหลายร้านใช้วิธีตั้งอาหารจำลองที่ดูน่ากินดึงดูดสายตาจากคนเดินผ่าน หรือร้าน Made in Candy ในเซ็นทรัลเวิร์ดโชว์การทำลูกกวาดหน้าร้านกันสด ๆ เลยจนทุกคนที่เดินผ่านต้องหยุดสายตามองดู

 

บางร้านวางของที่ลูกค้าใช้ได้ไว้หน้าร้าน อาทิ Snyder Cycles ร้านขายจักรยานที่สหรัฐ ตั้งที่จอดจักรยานไว้หน้าร้าน ซึ่งลูกค้าสามารถจอดจักรยานและเข้ามาซื้อของได้

คุณลองคิดดูว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ตั้งมันไว้หน้าร้านและดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

ทำให้พนักงานดูยุ่ง

ถึงพนักงานของคุณจะไม่ได้อยู่นอกร้าน แต่ถ้าร้านคุณมีกระจกบานใหญ่ซึ่งคนเดินผ่านไปมามองเข้ามาได้แล้วล่ะก็ พฤติกรรมของพนักงานอาจเป็นส่วนที่ลุกค้าตัดสินใจว่าจะเข้าร้านหรือไม่ หากพนักงานทำหน้าเหนื่อยหน่ายลูกค้าอาจหันหนีไม่เข้ามาเยี่ยมร้านคุณ

ป้องกันพฤติกรรมลักษณะนี้ โดยกระตุ้นให้พนักงานดูเต็มใจรับบริการตลอดเวลาถึงแม้จะไม่มีลูกค้าอยู่ในร้านอาจให้พนักงานดูยุ่งจัดร้าน ทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ตลอด หรือทำให้พนักงานยิ้มต้อนรับอย่างเต็มใจกับคนที่ผ่านไปมา เผื่อที่เขาจะสนใจเดินเข้าร้านคุณ

 

2. ให้บริการและประสบการณ์ที่เหนือกว่าใคร

ทำให้ลูกค้าเดินเข้ามาในร้านเป็นขั้นตอนแรก ทำให้ลูกค้ากลับมาบ่อย ๆ สิถึงจะเป็นการเพิ่ม Foot Traffic ในระยะยาว คุณต้องให้บริการและประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเมื่อลูกค้าเข้าร้าน ลองใช้ไอเดียเหล่านี้ดู

 

ให้บริการเสริม

 

คุณขายสินค้าที่ต้องบำรุงรักษารึเปล่า ลองให้บริการบำรุงรักษาฟรีดูสิเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมา ร้านกระเป๋า 31 THANWA ทำเช่นนั้น สาวบุณยนุช วิทยสัมฤทธิ์ เจ้าของกระเป๋าแบรนด์กล่าวไว้ว่า ลูกค้าจะได้รับการทำความสะอาด และซ่อมกระเป๋าฟรีซึ่งช่วยให้ลูกค้ากลับมาและเห็นคอลเล็กชันใหม่ ๆ เสมอ

“แบรนด์มีบริการหลังการขายสำหรับลูกค้า 31 Thanwa คือ การทำความสะอาด และซ่อมกระเป๋า ฟรีใน 1 ปีแรก ซึ่งเป็นแนวคิดที่มาจากการที่ตนเคยซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม แต่เมื่อกระเป๋ามีปัญหากลับต้องวิ่งหาร้านซ่อมเอง จึงเกิดบริการหลังการขายเพื่อบริการลูกค้าตอบโจทย์ลูกค้าที่จ่ายเงินหลักหมื่นได้รับทั้งกระเป๋าที่ไม่เหมือนใครยังได้รับการบริการพิเศษไปตลอดอีกด้วยซึ่งเป็นโมเดลที่เหนือกว่า ที่แม้แต่แบรนด์ระดับโลกก็ไม่มี”

 

จ้างสไตลิสต์หรือผู้เชี่ยวชาญประจำร้าน

สินค้าบางอย่างลูกค้าอาจต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ อาทิ การตกแต่งบ้าน หรือการแต่งหน้า Sephora เป็นแบรนด์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้จริง ๆ Sephora มี Beauty Advisor เป็นช่างแต่งหน้าที่ถูกสอนมาอย่างดีซึ่งให้บริการแต่งหน้าที่ร้านพร้อมให้คำแนะนำกับคุณว่าสินค้าใช้อย่างไร อีกทั้งยังมีโซน Hair care Wall เพื่อสอนการบำรุงผมที่ดีให้กับลูกค้าด้วย

นอกจากจะสนุกสำหรับลูกค้าแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ร้านออนไลน์ไม่สามารถได้ด้วย คุณยังแน่ใจได้ว่าลูกค้าจะซื้อของที่เขาได้ใช้จริง และรู้ว่าใช้อย่างไร ซึ่งทำให้เขากลับมาซื้อซ้ำได้

 

จัดคลาสสอน

ร้านของคุณอาจจัดเวิร์คช็อปสนุก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณก็ได้ ตัวอย่างเช่น Tiny Tree เป็นร้านเคเฟ่และขายสวนเล็ก ๆ ในขวดแก้ว เขาเปิดเวิร์คช็อปสอนจัดสวนในขวดกันทุกเดือน นอกจากดึงคนเข้าร้านได้แล้วยังให้คำแนะนำในการดูแลสินค้าได้อีกด้วย หรือร้าน iStudio ซึ่งจากเวิร์คช๊อปการใช้งานอุปกรณ์ของ Apple เป็นประจำ

ถ้าลูกค้าใช้สินค้าของคุณคล่องแล้ว และเรียนรู้ข้อดีของสินค้าคุณทำไม่เขาถึงจะไม่ซื้อจากคุณอีกล่ะ

 

ลงทุนเทรนพนักงาน

คุณอาจจะมีร้านที่สวยที่สุด มีลูกเล่นแพรวพราวไม่มีเบื่อ หรือให้โปรโมชันที่ใคร ๆ ก็ต้องเหลียวมอง แต่ถ้าพนักงานของคุณให้บริการแย่แล้วล่ะก็ ลูกค้าจะถอยหนีแน่นอน

ลูกค้าของคุณมีอำนาจตัดสินใจว่าจะเข้าออกเพื่อซื้อของร้านไหนก็ได้ แต่หากเขาได้รับบริการที่ดีเยี่ยมจากคนที่เขาไว้ใจ และเข้าใจความต้องการจริง ๆ เขาจะอยากเข้ามาร้านของคุณอีก พนักงานของคุณต้องได้รับการสอนให้พร้อมบริการ พร้อมฟัง และตังใจสนองความต้องการของลูกค้า

เมื่อคุณเทรนพนักงาน คุณต้องเทรนให้ดีและใช้หลายวิธีในการสอน ให้แน่ใจว่าทุกคนมีมาตรฐานสูงในการบริการ ตอบสนองลูกค้าได้เหนือที่เขาคาดหวัง

 

3. ร่วมมือกับ Influencer 

หา Influencer ในธุรกิจของคุณ คนที่มีผู้ติดตามเยอะในโลกออนไลน์ทีทำเนื้อหาเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ และลองดูว่าเขาจะเพิ่มคนให้เข้าร้านคุณได้อย่างไร 

การหา Influencer ไม่จำเป็นต้องหาดาราดังแต่อย่างใด หากคุณทำร้านอาหารอาจหาคนที่ชอบเขียนรีวิวเกี่ยวกับร้านอาหารต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ หากคุณขายเครื่องสำอางอาจใช้คนที่สอนการใช้เครื่องสำอางใน Youtube คอยแนะนำสาว ๆ ถึงลุคที่เหมาะกับแต่ละคน หรือร้านขายของเล่นเด็กคุณสามารใช้แม่ลูกที่แนะนำของใช้เกี่ยวกับเด็กเป็นประจำบน Facebook ก็ได้

หากคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ Influencer จะช่วยให้เขาโปรโมทร้านของคุณอย่างเต็มใจและต่อเนื่อง เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณอย่างยิ่ง

 

4. ใช้ลูกเล่นออนไลน์เพื่อดึงดูดลูกค้าเข้าร้าน

ถ้าคุณใช้อย่างถูกต้อง กิจกรรมออนไลน์สามารถดึงกลุ่มใหญ่เข้าร้านคุณได้เลย หากคุณยังไม่เคยทำ ลองสร้างเครื่องมือออนไลน์เหล่านี้ดู

 

Click and Collect

วิธี Click and Collect คือให้ลูกค้าเลือกสินค้าบนออกไลน์และมารับที่ร้านค้าของคุณ คุณอาจโปรโมทร้านบนช่องทางออนไลน์ให้ลูกค้าเลือกสินค้าที่อยากได้และให้ส่วนลดที่ดีกว่าสำหรับลูกค้าที่มารับสินค้าหน้าร้าน นอกจากลูกค้าจะเต็มใจมารับสินค้าที่หน้าร้านของคุณแล้ว พวกเขายังมีโอกาสซื้อของอื่น ๆ เพิ่มเติมขณะเดินในร้านอีก

ร้านนายอินทร์เป็นอีกร้านที่ใช้วิธีนี้ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าบนเว็บไซต์และเลือกที่จะมารับหนึ่งใน  160 สาขาของนายอินทร์ทั่วประเทศ แลกกับฟรีค่าขนส่ง นอกจากร้านค้าจะได้จำนวนลูกค้าที่เข้ามาในร้านเพิ่มแล้ว ยังเพิ่มโอกาสที่พวกเขาจะเยี่ยมชมและซื้อหนังสืออื่น ๆ เพิ่มเติมอีก

 

อีเมล์

คุณกำลังจะจัดโปรโมชัน หรือมีอีเว้นท์ใหม่ ๆ อยู่รึเปล่า คุณสามารถแจ้งลูกค้าด้วยการส่งอีเมล์ ให้สิทธิพิเศษหากเขาแสดงตัวที่หน้าร้าน อาทิ ส่วนลด หรือของฟรีที่แลกได้เมื่อแสดงอีเมล์จากคุณ

เพื่อผลที่ดีที่สุด คุณอาจเลือกเป้าหมายในการส่งตามสถานที่ อายุเพศ หรือประวัติการซื้อได้ อาทิ หากคุณกำลังจัดอีเว้นท์ในเชียงใหม่ คุณอาจเลือกส่งให้เฉพาะลูกค้าที่อยู่ในเชียงใหม่เพื่อไม่รบกวนลูกค้าคนอื่น ๆ

 

ลงทุนในโซเชียลมีเดีย

ใช้โซเชียลมีเดียที่มีเล่นเยอะอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทางหนึ่งที่คุณเริ่มได้ง่าย ๆ คือ Facebook Ads 

หนึ่งในเครื่องมือของ Facebook ที่น่าใช้คือ Facebook Offer Ads ซึ่งคุณสามารถตั้ง offer ซึ่งจะแสดงในหน้าฟีดของคนอื่น และให้ลูกค้ามารับรางวัลที่ร้านของคุณ คุณสามารถติดตามได้ว่ามีกี่คนที่รับ offer ของคุณ และเช็คเทียบกับในร้านคุณได้ว่ามีกี่คนที่เอาโค๊ดมาแสดงรับรางวัล

การโพสเป็นประจำ แสดงสิ่งน่าสนใจในเพจของคุณ เป็นอีกส่วนที่จะดึงให้คนที่เห็นร้านของคุณบนโลกออนไลน์เข้ามาหาร้านคุณได้ คุณอาจอัพเดทโปรโมชันใหม่ ๆ เมนูที่คุณพึ่งคิด สินค้าที่พี่งออก หรือหากมีอีเว้นท์ใกล้ ๆ ร้านคุณ คุณอาจโชว์บนเพจของคุณก็ได้

 

5. จัดอีเว้นท์

การจัดอีเว้นท์เป็นอีกวิธีที่ดีที่สุดเพื่อดึงลูกค้าเข้าร้าน เพราะลูกค้าไม่สามารถหาประสบการณ์แบบนี้จากบนออนไลน์หรือที่อื่น ๆ ได้

คุณอาจจับมือพาร์ทเนอร์กับแบรนด์หรือผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงเพื่อเพิ่มความสนุกให้กับงานของคุณ อาทิ โชว์ผลงานศิลปะในร้านคาเฟ่ของคุณ หรือจัดงานพูดจากผู้เชี่ยวชาญ นอกจากคุณได้ผู้เข้าร่วมงานมาเยี่ยมเยียนร้านคุณแล้ว คุณอาจจะสร้างความสัมพันธ์จนได้ Influencer ใหม่ของคุณด้วย

 

6. เพิ่มรายได้จากลูกค้าปัจจุบัน

อย่าลืมการกลับเข้าหาลูกค้าเก่า หากคุณสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าอยู่แล้ว คุณจะพบว่ามันง่ายกว่ามากที่จะดึงลูกค้าเก่าให้กลับเข้าร้านคุณอีกครั้ง ถ้าคุณไม่เคยลองทำ ผมแนะนำให้คุณลงทุนในระบบ Customer Relationship Management หรือ CRM เพื่อคุณจะได้สื่อสารกับลูกค้าได้มีประสิทธิภาพขึ้น

ระบบ CRM ที่ดีจะทำให้คุณเห็นข้อมูลของลูกค้า หรือส่งข่าวสารใหม่ ๆ ให้ลูกค้าตามเทศกาล และมีระบบที่ดึงให้ลูกค้ากลับเข้ามาได้

ระบบสะสมแต้ม

เพิ่มลูกเล่นให้ลูกค้าสะสมแต้มเมื่อจับจ่าย หรือทำกิจกรรมกับร้านของคุณ ทำให้เขารู้สึกว่าได้รางวัลตอบแทนจากการใช้บริการของคุณ ซึ่งนำมาแลกสินค้าหรือบริการอื่น ๆ ได้ในภายหลัง

หากคุณเป็นหนึ่่งในลูกค้าของ SHOPPENING คุณสามารถใช้ประโยชน์จากระบบสะสมแต้มและแอปพลิเคชันของคุณเพื่อดึงลูกค้ากลับเข้าร้านได้ เรียนรู้เพิ่มเติม

 

เป็นอย่างไรบ้างครับกับกลยุทธิ์แนะนำเหล่านี้ ลองเอาไปปฏิบัติดูรับรองเห็นผลเพิ่มยอด Foot Traffic เข้าร้านของคุณได้แน่นอน

ลงเมื่อวันที่: 27 กันยายน 2017